วันอังคารที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2555

3. ขอน้อมกราบเทิดไท้ บูชาไว้เหนือชีวี

ร้อยเรียงหัวใจ ถวายสร้างเจดีย์
พระหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
ณ เจดีย์สถาน วัดภูผาแดง

ขอน้อมกราบองค์ธรรมไว้ เหนือหัวใจตลอดกาล
อันความดีท่านส่งให้ แนบในใจ ไม่เสื่อมสูญ
จักขอกราบ ขอเทิดทูน บูชาคุณท่าน เหลือคณา
ก่อนชีวา ปลดลง ปลงสังขาร เส้นทางสุข ทุกข์ร้อน อันยาวนาน
ได้พานพบ องค์ธรรมไท้ ใจเบิกบาน
          เมื่อท่านจาก ลาลับ ดับจากโลก สุดเศร้าโศก
เพียรชะแง้ เหลียวแลหา อันความเงียบ เข้ามาเยือนในอุรา
มองจ้องหา รอยเท้าเฝ้าอาดูร ไม่มีท่านอีกแล้ว ในโลกา
เที่ยวเสาะหา จอมธรรม ค้ำจุนโลก ให้หมดโศก หมดทุกข์
สุขมาเยือน คอยย้ำเตือน ลูกหลาน สืบสานธรรม.
          ขอเชิญพี่น้อง และผองเพื่อน
ได้มาเยือน มาร่วมสร้างทางสวรรค์ มากราบกราน
อธิษฐานจิตโดยพลัน มาร่วมสร้างเจดีย์ ที่ผาแดง
อันหลักแหล่ง แก่งแห่งภพ จะได้จบลงสิ้น
ณ ถิ่นนี้ มีองค์พระหลวงตามหาบัว เป็นนาวี
มีองค์พระหลวงปู่ลี ชี้นำทาง

          วีดีทัศน์ชุดนี้จัดทำขึ้นเพื่อกราบน้อมบูชาธรรม รำลึกถึงบุญคุณ
ของพ่อแม่ครูบาอาจารย์ ที่ทรงคุณต่อชาวโลกทุก ๆ พระองค์
และขอกราบบูชาธาตุขันธ์ ครูบาอาจารย์ทุกองค์
ที่ท่านยังดำรงขันธ์ อยู่เมตตาโลก และลูกหลานทั่วโลกดินแดน

หัวใจถวายกราบเทิดไท้ ณ เจดีย์ ที่ผาแดง

          เสียงสะท้อนจากหัวใจใครกันเล่า
เมื่อความเศร้าเข้ามาพาใจหาย
เพียงคำสอนท่านดัง “ธรรมไม่ตาย”
ความโศกหายเหมือนปลิดทิ้ง นิ่งพุทโธ
          แม่ทัพใหญ่ ที่เกรียงไกรในสมัยปัจจุบัน คือ องค์พระหลวงปู่มั่น
ท่านควบคุม พญาช้างสารใหญ่ ควบคุมไว้จนอยู่หมัด
ซัดภพสิ้นชาติ ขาดจากใจ
ท่ามกลางป่าใหญ่ ขุนเขาแมกไม้ ท่านผู้ชนะ จอมทัพใหญ่ผู้เกรียงไกรในสยาม
ประกาศนามก้องโลก ทุกข์โศกสิ้น แสงสว่างเรืองโรจน์
ดังเพชรนิล ท่านสูญสิ้นภพชาติ ขาดจบลง
          พระผู้ทรงหลังช้างใหญ่ประกาศชัยเหนือสิ้นแผ่นดินนี้
นามก้องโลก ระบือก้อง ทั่วเขตคาม ขนานนามองค์หลวงปู่มั่น
ให้หวั่นเกรง มีลูกศิษย์รายล้อม น้อมนบนอบ
พนมกรก้มกราบแทบบาทท่าน
เสียงกระหึ่มในใจ ถวายคุณ
ธรรมเกื้อหนุน คุณอนันต์ท่านเมตตา

ขอถวายร้อยเรียงดวงใจ มาลัยน้อม

จักถนอมความดีไว้ในใจนั้น
หันหลังให้ สิ่งที่ใจเฝ้าต้องการ
กิเลสมาร คอยหลอกล่อให้ท้อใจ
ชีวาสั้น เกิดแล้ว พลัน ต้องดับสูญ
เหมือนการหมุนของกงล้อ พาให้หลง
พะวงหน้า ห่วงหลัง ให้ผ่านวัน เดือนปีนั้น
ล่วงสิ้นไป ไม่กลับคืน
จักฝืนใจ ร้อยมาลัย เฝ้าถวาย
กราบเรียงไว้ในสถาน ณ เจดีย์ที่ผาแดง
ขอถวายใจบูชาธรรม

ภาพฝังใจ
          ภาพของครูบาอาจารย์ ความทุกข์ยาก ลำเค็ญ ต่อสู้เอาชีวิตแลกธรรม
กว่าท่านจะได้ธรรมมาสอนโลก จากคำบอกเล่า เรื่องราวชีวิตของท่าน
จากองค์พระหลวงตามหาบัว วัดป่าบ้านตาด ในหนังสือประวัติพระหลวงปู่มั่น
และจากการเล่าถึงท่านแต่ละองค์จากปากของท่านเอง
ทำให้ลูกหลานได้รู้ เช่นองค์พระหลวงปู่ลี กุสลธโร วัดภูผาแดง
ท่านไม่พูด ท่านเงียบ ถ้าองค์พระหลวงตา ไม่เปิดเผย
ไหนเลย พวกเราจะหยั่งรู้ถึงภูมิธรรมอันสูงส่งของท่าน
          ตอนนี้ถือเป็นโชคดีของพวกเราที่มีท่านเป็นผู้นำ
ในการสร้างบุญบารมี สร้างเจดีย์องค์หลวงตาวันนี้ท่านอยู่
สู้พาลูกหลานฟันฝ่าอุปสรรคน้อยใหญ่ สร้างเจดีย์ไว้ ให้เป็นที่กราบไหว้สักการบูชา
ทั้งเทวดา และมนุษย์ บุญใหญ่เกิด มีท่านผู้ประเสริฐเป็นผู้นำ
ผู้ก่อ ผู้ทำ อธิษฐานเอา จะขอเฝ้าองค์พระสัมมา จะขอเฝ้าองค์พระหลวงตา
จะขอลา ภพชาติให้ขาดลง อธิษฐานจงใจไว้ในจิต จะขอติดตามไป
ไม่ให้หลง จักขอปลงวางไว้ในบัดดล ขอให้พ้นทุกข์ได้ในใจเทอญ
ท้ายบทนี้ ขอสดุดี ธรรมครูบาอาจารย์
ผู้สอนสั่ง ผู้เปรียบดั่งดวงประทีป ส่องไสว
กระจ่างชัดแจ้งในใจของผู้ฟัง ประจักษ์ดั่งแก้วใสไร้มลทิน
นามของท่าน จันดี ที่บ้านตาด สุดสะอาด พิสุทธิ์ใสไหนปานเปรียบ
สุดจะเทียบเปรียบปาน สิ่งพานพบ ขอประณต นบนอบน้อมพร้อมดวงใจ
ขอบูชาเทิดไท้ บูชาใจตลอดกาล
          ความเมตตาที่ให้ใจทุกดวงห่วงลูกหลาน
ยามมีทุกข์คืบคลานเข้ามาหา ยามสบายผ่อนคลายใจและกายา
ท่านเมตตาตลอดมาเส้นทางเดิน ความอบอุ่นยามมีท่านนั้นหายาก
สุดลำบาก ความแก่-เจ็บนั้นถามถึง
          อยากก้มกราบ เอ๋ยขอวอน กราบกรองค์พระผู้ทรงประทานไท้
ให้เมตตา ขอชีวา ธาตุขันธ์ท่านนั้นให้หาย ให้สบายผ่อนคลายทุกข์
ให้สุขสม อยู่โปรดสัตว์ พร้อมลูกหลาน
ที่ทุกข์ตรม ที่โง่งม หาทางไปยังไม่เจอ
          กราบขอถวายบูชาธรรม บูชาคุณ บูชาธาตุขันธ์
คุณแม่จันดี โลหิตดี วัดป่าบ้านตาด



วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2555

4. ถวายหัวใจกราบกราน ณ เจดียสถาน วัดภูผาแดง

คำสอนพระหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด
“ให้เราคิดถึงครูบาอาจารย์
เป็นผู้มีบุญคุณอยู่บนหัวใจ
หรืออยู่บนกระหม่อมจอมขวัญของเราเสมอ
อย่าได้ลืม อย่าได้ลบหลู่ดูหมิ่น
เราจะเป็นผู้เจริญในอนาคต...”
พระคุณของพ่อแม่ครูบาอาจารย์
แผ่นดินแผ่นฟ้ายกมาคงไม่เทียบคุณของท่านได้
ประโยชน์มากมายท่านทำไว้ให้ลูกหลาน
ท่านยอมทุกข์ ยอมทนทุกอย่างเพื่อกุลบุตรลูกหลาน
เพื่อยังพระศาสนา หัวใจที่มีแต่ให้ของท่าน
น้ำใจของท่านเต็มแผ่นดิน
กราบขอบูชาเทิดคุณของท่านไว้ในหัวใจตลอดกาล

        คณะผู้จัดทำขอถวายบูชาคุณพระหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
ถวายบูชาคุณพระหลวงปู่ลี กุสลธโร
ถวายบูชาคุณพระคุณแม่จันดี โลหิตดี
พระคุณแม่จันดี เมตตาบอกกล่าวแก่ศิษย์
“หัวใจของแม่ อยู่ที่เจดีย์พระหลวงตาวัดถ้ำผาแดง”

ประวัติโดยย่อของพระคุณแม่จันดี โลหิตดี
ท่านอายุ 82 ปี (วันพุธที่ 12ก.ย.2473)คุณพ่อชื่อ นายทองดี คุณแม่แพงศรี โลหิตดี
เกิดที่หมู่บ้านตาด ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี
ท่านเป็นน้องสาวพระหลวงตามหาบัว
ญาณสัมปันโน เป็นน้องสาวคนที่ 9 ที่ยังมีชีวิตอยู่
และได้เข้ามาศึกษาปฏิบัติธรรมที่วัดป่าบ้านตาด
โดยมีพระหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
ซึ่งเป็นพระพี่ชายและครูบาอาจารย์ของท่าน
เป็นผู้อบรมสั่งสอน
พระคุณแม่จันดี เป็นผู้ที่ออกมาปฏิบัติธรรม
โดยไม่ได้บวช และเป็นผู้ที่เคารพธรรมวินัย ถือแบบ
ปฏิบัติเช่นเดียวกับพระอย่างเคร่งครัด ท่านให้ความ
เมตตาและความอบอุ่น ต่อลูกศิษย์และญาติโยมทั้ง
หลายที่มากราบท่าน ท่านจะให้คำอบรมสั่งสอน
ทั้งที่เป็นการปฏิบัติแก่คนที่มาขอรับฟังคำสอนของ
ท่าน เพื่อนำไปปฏิบัติ หรือคำแนะนำในการใช้ชีวิต
ประจำวัน แม้ธาตุขันธ์ท่านจะไม่แข็งแรง แต่ท่านก็
รับแขก เพื่อจะให้ทุกคนได้รับแต่สิ่งที่ดี และเป็น
ประโยชน์กลับไป
ภายใต้ท่าทางที่ดูสงบ เรียบง่ายและความ
อบอุ่นที่ได้รับ ท่านก็จะมีความเด็ดเดี่ยว เด็ดขาด
จริงจัง จนดูน่ากลัวสำหรับเราผู้อ่อนแอ ดวงตาของ
ท่านเวลาสอนลูกศิษย์ต่อสู้กับศัตรู คือกิเลส ท่านจะ
ดูอาจหาญ ขึงขัง เด็ดเดี่ยว จริงจังมาก ถ้าลูกศิษย์
คนใดจิตใจไม่เข้มแข็งพอ ท่านก็จะค่อย ๆ ทะนุ
ถนอม แต่ท่านจะเปรยลับหลังลูกศิษย์ผู้นั้นว่า
"
กิเลสในใจของตัวเองก็ฆ่ามาแล้ว
นี่ต้องได้มาเอาใจกิเลสของผู้อื่น
โอ๊ย น่าอเนจอนาถ"
การเรียนรู้ศึกษาธรรมกับท่าน ยิ่งเรียนยิ่งซาบ
ซึ้งในคุณของท่าน สำหรับผู้ที่ต้องการความพ้นทุกข์
หรือผู้ที่ตกอยู่ในห้วงแห่งความทุกข์ เมื่อได้เข้ามา
สนทนากับท่าน ก็จะได้รับข้อธรรม และสิ่งที่ดีมี
ประโยชน์ที่ท่านหยิบยื่นให้
เมื่อมาเรียนรู้ศึกษาธรรมกับท่าน จึงได้เห็นแง่
มุมต่าง ๆ ของสติปัญญาพระผู้เหนือโลก ทั้งแปลก ทั้ง
อัศจรรย์ และไม่สามารถคาดเดาได้ ท่านเป็นครูบา-
อาจารย์ ที่น่าศึกษาเรียนรู้ ทางที่ท่านให้เดินและให้
กระทำเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก เพราะเป็นการทวนกระแส
โลก และฝืนกิเลสในใจเราทั้งสิ้น จึงเป็นความทุกข์ที่สุด
แต่เมื่อยอมฝืนใจและทำตาม สิ่งที่ได้รับจะเกินความ
คาดหมาย และได้รับประโยชน์สูงสุด
พระคุณแม่จันดี เมตตาธรรม
v ความเมตตาและให้อภัยเป็นจิตที่ยิ่งใหญ่
v
ศีล คือ เจตนางดเว้นการทำความชั่วทางกาย
ทางวาจา ทางใจ
v
รู้ที่เกิดจากจิต คือ รู้จริง
รู้ที่เกิดจากสมอง คือ รู้หลอก
v
พุทโธ คือ ยาชะลอความหลง
v
ธรรม คือ ธรรมชาติ ธรรมไม่มีที่หมาย
กาย คือ ลายแทง จิต เป็นขุมทรัพย์
v
คำว่าใช่ หรือ ไม่ใช่
คือ การตั้งค่าของสมมุติ
อยาก และไม่อยาก
คือ ตัวขับเคลื่อน
ของความหลง
อยาก และ ไม่อยาก เรียกว่าตัณหา
สมมุติบัญญัติ คือ การตั้งค่า
สมมุติบัญญัติ เรียนไม่จบสิ้น
เพราะมีการตั้งค่า เช่น ตัณหา
v
น้อมใจไปที่กาย
ดูกาย ดูจิต คือ ที่เดียวกัน
เพราะผู้ดู คือ ผู้รู้ ผู้เดียวกัน
ผู้ฉลาดเรียนรู้จากกาย-จิต
ผู้อยากรู้ผิด เรียนภายนอก
v
ธรรม คือ ประโยชน์
อะไรที่ไม่เป็นประโยชน์ ไม่ใช่ธรรม
v
สมมุติบัญญัติตั้งค่า
๑ ๒ เรียก หนึ่ง-สอง หรือ สิบสอง
ค่าถูกเปลี่ยนไปทันที ตามการตั้งค่า
หรือ ๒ ๑ เรียก สอง-หนึ่ง หรือ ยี่สิบเอ็ด
ค่าถูกเปลี่ยนไปตามสมมุติบัญญัติ การตั้งค่า
หรือ ๐ ศูนย์ ถูกตั้งค่าว่า ไม่มีค่า
แต่เมื่อ ๐ ศูนย์ มาอยู่ หรือ ถูกวางตามตำแหน่งอื่น
ค่าของ ๐ ศูนย์ ก็เปลี่ยนไปทันที
ตามการตั้งค่า หรือสมมุติบัญญัตินั้น ๆ ทันที
ของทุกอย่างในโลกนี้ ล้วนตกอยู่ภายใต้
กฎของสมมุติที่มนุษย์เป็นผู้กำหนดและตั้งค่าทั้งสิ้น
นอกจากกฎธรรมชาติที่มนุษย์ไม่สามารถ
กำหนดและเปลี่ยนแปลงได้ตามต้องการ
เช่น ความเกิด ความแก่ ความเจ็บ
ความตาย ความเป็นจริง
ที่อยู่เหนืออำนาจการกำหนดและบังคับของมนุษย์
v
อยาก ไม่อยาก หมาย ไม่หมาย คือ การตั้งค่า
จิตที่ไม่หมาย และ ไม่อยาก
จึงเป็นจิตที่เป็นปกติสุข
เกาะกระแสจิตไปกับพุทโธ
v
ความอดกลั้น
เป็นธรรมเครื่องแผดเผากิเลสอย่างยิ่ง
ความอืดอาด เชื่องช้า เหนื่อยหน่าย
ไม่เคยมีใครได้ดี
v
นักปฏิบัติ
หลงติดอยู่ที่ความพอใจ และไม่พอใจ เป็นเครื่องอยู่
เอาความพอใจ และไม่พอใจเป็นเครื่องอยู่
เมื่อพอใจ ได้สมใจก็เป็นสุข
เมื่อไม่พอใจก็เกิดทุกข์
แต่ทั้งสุขและทุกข์ ก็ยังเป็นเงื่อนของสมมุติ
ไม่มีใครคิดที่จะอยู่ตรงกลาง ระหว่างสุขกับทุกข์
เพราะตรงนั้นไม่มีทั้งความพอใจ และไม่พอใจ
แต่เป็นความพอ พอดี
ผู้ที่หลงเพลิน เล่นอยู่กับความพอใจ และไม่พอใจ
จึงได้หนังสือเดินทางแห่งการท่องเที่ยวของภพชาติ
ติดตัวไปตลอด
v
ความพอใจ และไม่พอใจ
เป็นอาหารชั้นยอดเยี่ยมของกิเลส
v
อยาก เมื่อไม่ได้อย่างที่อยาก ก็เป็นทุกข์
ไม่อยากได้ แต่ได้ ก็เป็นทุกข์
v
ใครจะว่าอะไร ไม่ต้องไปสนใจ
ใครเขาอยากได้อะไร เขาทำอะไร เขาก็ได้สิ่งนั้น
ใครอยากได้อะไร ก็ทำเอา ใครทำอะไร ก็ได้สิ่งนั้น
ไม่ต้องไปสนใจ ฝ่าโลกธรรม ๘ ออกไปให้ได้
เรื่องของโลกธรรม ๘ เรื่องมงคลตื่นข่าว
แตกซ่านกันไปไม่รู้จักจบ ฝ่าให้ได้ ทิ้งให้เร็วที่สุด
v
ผู้ที่ทิ้ง ท่านจึงเบา
ผู้ไม่เอา ท่านจึงสบาย
v
กลิ่นผู้ที่มีศีล มีธรรม
จะหอมฟุ้งกระจาย ไปทั่ว ๓ โลกธาตุ
v
ตายก่อนห่อนรู้ธรรม
ธรรมอยู่ฟากตาย
สละตายจึงได้ธรรม
v
ใจเฮ้ย ใจใคร กายเฮ้ย กายใคร
ผู้ใด กล่าวตู่ ผู้นั้น ยังหลง
หลงแผ่นดิน แผ่นฟ้า ยังไม่น่าห่วง เท่าหลงกายา
v
ตะวัน บ่ายคล้อย คอยกาย สลาย
จิตไม่มี ที่หมาย ตายจม กองทุกข์
เฮ้ย เฮ้ย เหวย เหวย คนอยากลาโลก
ความทุกข์ ความโศก เอาออกไม่ได้
จวบจนวันตาย ที่ไม่หมายต้องเจอ
v
ผู้ที่ภาวนาได้ยาก
เพราะมองออกแต่ข้างนอก
ไม่ดูใจตัวเอง จิตจึงไม่สงบ
v
ผู้ที่มีสติ สังเกตจิตอยู่ตลอด
ไม่เหลือวิสัย มีอยู่ในใจของทุกคน
อย่ากลัวตาย กิเลสมันกลัวตาย
รอดตายจึงได้ธรรม...ให้เอาชีวิตแลกธรรม
v
ผู้ใดหมั่นพิจารณาจิต
ผู้นั้นจะพบธรรมแท้ สุขแท้...
นั้นคือที่สุดของผู้หยุดวัฏฏะ